วิธีการรักษาสิว (Acne Tretment) โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การรักษาสิวโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ส่วนใหญ่มักเป็นการรักษาที่ต้องใช้ความชำนาญในการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ในการรักษา ได้แก่

เลเซอร์รักษาสิว (Laser)
การรักษาสิวด้วยเลเซอร์เป็นการรักษาเพิ่มเติมจากการทายาเพื่อช่วยให้ประสิทธิภาพในการรักษาดีมากยิ่งขึ้น โดยเลเซอร์และการบำบัดด้วยแสงเป็นวิธีการรักษาสิวที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน และมีการพัฒนาอยู่ตลอด สาเหตุที่ทำให้เลเซอร์รักษาสิวเป็นที่นิยม เนื่องจากมีผลข้างเคียงน้อยกว่าการใช้ยา และให้ผลลัพธ์ในการรักษาที่ดีมาก ช่วยให้สิวหายเร็วและเลเซอร์บางชนิดยังสามารถช่วยรักษารอยดำรอยแดงที่เกิดจากสิว รวมไปถึงแผลเป็นที่เกิดจากสิว
เลเซอร์สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย C.acne ที่เป็นปัจจัยการเกิดสิว ในปัจจุบันเลเซอร์ที่ใช้รักษาสิวมีหลายชนิด ได้แก่
Pulse dye laser 595nm (vBeam)
เลเซอร์วีบีม สามารถใช้รักษาสิวและรอยแดงจากสิวได้ ทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวใหม่ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น โดยการทำงานของแสงเลเซอร์จะส่งความร้อนลงไปยังผิวหนังแท้ เพื่อทำลายเส้นเลือกที่ผิดปกติ ทำให้เกิดการจัดเรียงตัวของเส้นเลือดใหม่ เป็นการกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน
Copper-Bromide laser 579nm (Dual Yellow)
เลเซอร์ชนิดนี้สามารถรักษาได้ทั้งรอยดำและรอยแดงจากสิวให้จาง นอกจากนี้ Dual Yellow ยังช่วยรักษาสิวอักเสบ และกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่
Diode laser 1450nm
เลเซอร์ชนิดนี้นิยมใช้รักษาสิวอุดตัน ซึ่งจะช่วยให้สิวอุดตันค่อยๆยุบตัวและหายไปเอง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเลี่ยงการกดสิวที่อาจจะทำให้สิวอักเสบและอาการรุนแรงมากกว่าเดิม
Long-pulse Nd:YAG laser 1064nm
สำหรับเลเซอร์ชนิดนี้บางคนอาจจะรู้ว่าสามารถใช้จำกัดขนได้ถาวร แต่นอกจากจะกำจัดขนแล้วเลเซอร์ชนิดนี้สามารถใช้รักษารอยแดงจากสิวและช่วยลดรอยแผลเป็นจากสิว ช่วยให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นได้ด้วย ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวหนัง
Er:Glass laser 1550nm
เลเซอร์ชนิดนี้สามารถรักษารอยหลุมสิว (Scars acne) รอยแผลเป็นจากสิว (Keloid) ช่วยให้จุดด่างดำดูจางลง ซึ่งหลังการรักษาผิวจะออกชมพูหรือแดงจัด และจะค่อยๆหายไปเอง หรือ บางคนอาจจะมีผิวคล้ำหมองหรือดำขึ้นชั่วคราวและจะค่อยๆดีขึ้นภายใน 1 – 3 เดือน