2. การร้อยไหมแก้ได้หลายปัญหา
ใครว่าการร้อยไหม ช่วยแก้แค่ปัญหาผิวไม่กระชับ เพราะแท้จริงแล้ว การร้อยไหมยังช่วยปรับรูปหน้า ปรับรูปทรงดวงตาให้ยกเฉี่ยว ช่วยลดเลือนริ้วรอย และยังลดไขมันเฉพาะจุด ได้อีกด้วย
3. ร้อยไหม ขั้นตอนน้อย ไม่ยุ่งยาก
การร้อยไหม มีขั้นตอนน้อยกว่าการผ่าตัดศัลยกรรม เพราะแพทย์จะเริ่มต้น ด้วยการประเมินรูปหน้า รวมถึงประเมินปัญหา ตามด้วยขั้นตอนการทำความสะอาดผิวหน้า ฉีดยาชา และขั้นตอนการร้อยไหม ซึ่งหลังจากร้อยไหมแล้ว บางจุดอาจต้องตัดไหม แต่ไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะเมื่อตัดไหมแล้ว จะไม่มีร่องรอยไหมให้เห็น
4. ร้อยไหมไม่อันตราย ไหมละลายภายใน 6-8 เดือน
หมดห่วงไปได้เลย หากกลัวว่าการร้อยไหม จะทิ้งสิ่งตกค้างในร่างกาย เพราะไหมที่ใช้เป็นไหมละลาย มาพร้อมคุณสมบัติสลายตัวได้เอง ภายใน 6-8 เดือน
5. ใครบ้างที่ร้อยไหมบริเวณใบหน้าได้
การร้อยไหมบนใบหน้า ถือเป็นตำแหน่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คนที่ร้อยไหมได้ควรมีอายุ 20 ปีขึ้นไป มีปัญหาผิว เช่น ผิวหย่อนคล้อย หน้าไม่กระชับ ริ้วรอยกวนใจ ซึ่งไม่ว่าสภาพผิวแบบไหนก็ร้อยไหมได้
6. เส้นไหมมีหลายชนิด
แน่นอนว่าไหม ที่นำมาร้อยไหมเป็นไหมละลาย แต่ทราบหรือไม่ว่า ไหมมีหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ไหมเงี่ยง ที่มีลักษณะเป็นเงี่ยง โดดเด่นเรื่องการกระชับผิว ไหมคอลลาเจน ที่ตอบโจทย์ปัญหาริ้วรอยโดยเฉพาะ ไหมโครงตาข่ายที่ทนแรงต้านได้ดีกว่าไหมอื่นๆ ถึง 80 เท่า เป็นต้น อ่านเพิ่มเติม เส้นไหม (Thread lift) มีกี่ชนิด ?
7. เข็มร้อยไหมมีหลายแบบ
ไม่เพียงแต่เส้นไหม ที่มีหลายชนิดเพราะเข็มร้อยไหม ก็มีหลายแบบ ซึ่งแพทย์จะเป็นคนพิจารณา ว่าเหมาะกับการใช้เข็มรูปแบบใด เพื่อลดการเกิดผลข้างเคียง และอาการบวมช้ำต่างๆ
การเตรียมตัวสำหรับการร้อยไหม
- งดวิตามิน อาหารเสริม จำพวก น้ำมันตับปลา แปะก๊วย จิงโก๊ะ วิตามินอี หรือยาแอสไพลิน อย่างน้อย 1 สัปดาห์ (เพราะยากลุ่มนี้จะทำให้เลือดออกและหยุดช้า ทำให้มีโอกาสเขียวช้ำง่าย)
- ถ้ามีการฉีด Botox ควรเว้นระยะห่างก่อนมา ร้อยไหม อย่างน้อย 1 เดือน
คำแนะนำก่อนการร้อยไหม
- หลังทำควรรับประทานยาปฏิชีวนะ และยาแก้ปวด ตามระยะเวลาที่แพทย์สั่ง
- ใช้น้ำสะอาดทำความสะอาดบริเวณที่สอดไหม วันละ 2 – 3 ครั้ง และทายาตามแพทย์สั่ง
- ควรงดทาครีม ทารองพื้น บริเวณที่สอดไหม 4 – 6 ชั่วโมง
คำแนะนำหลังการร้อยไหม
- ไม่ควรแต่งหน้าหลังทำ 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- ไม่ควรทำหัตถการต่างๆ บนใบหน้า 2 สัปดาห์
- ไม่ควรออกกำลังกายหนักๆ เพราะมีผลต่อเรื่องเลือดออกและการฟกช้ำ
- ไม่ควรอ้าปากกว้าง หรือเคี้ยวของที่เหนียวและแข็งมากเกินไป เพราะจะทำให้กระทบกระเทือนหรือเจ็บระบมได้