โปรแกรมเลเซอร์ลบรอยสัก คืออะไร?
การเลเซอร์ลบรอยสักคือวิธีลบรอยสักออกจากผิวหนังที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยใช้แสงเลเซอร์ความยาวคลื่นเฉพาะเจาะลึกเข้าสู่ชั้นผิว เพื่อทำลายเม็ดสีของรอยสักให้แตกตัวเป็นอนุภาคเล็ก ๆ เมื่อเม็ดสีแตกละเอียดมากขึ้น ร่างกายจะสามารถกำจัดออกได้ง่ายขึ้น ทำให้รอยสักค่อย ๆ จางลง

โปรแกรมเลเซอร์ลบรอยสัก ใช้เครื่องอะไร?
ปัจจุบันมีเครื่องเลเซอร์หลายชนิดที่สามารถใช้ลบรอยสักได้ เช่น IPL Laser, Q-Switch Laser และ Pico Laser โดยแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและประสิทธิภาพในการทำลายเม็ดสีแตกต่างกัน
ปัจจุบันเครื่องเลเซอร์ลบรอยสักที่เป็นที่นิยม คือ Pico Laser เนื่องจากสามารถลบรอยสักได้หลายสี ปล่อยพลังงานได้สูง และทำงานในช่วงเวลาที่สั้นมากระดับ หนึ่งต่อล้านล้านวินาที (Picosecond) พลังงานที่ปล่อยออกมาจะกระแทกเม็ดสีให้แตกตัวอย่างละเอียด ซึ่งยิ่งละเอียดมากเท่าไหร่ ร่างกายก็ยิ่งกำจัดออกได้ง่ายขึ้น โดยไม่สะสมความร้อนในผิว จึงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดแผลหรือการระคายเคืองได้
โปรแกรมเลเซอร์ลบรอยสัก ดีจริงไหม?
การเลเซอร์ลบรอยสักถือเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะ Pico Laser ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ปล่อยพลังงานได้รวดเร็วเป็นพิเศษ หากเปรียบเทียบกับ Q-Switch Laser แล้ว Pico Laser มีความเร็วมากกว่าถึง 1,000 เท่า ทำให้สามารถทำลายเม็ดสีในรอยสักได้อย่างละเอียดและมีประสิทธิภาพมากกว่าเลเซอร์ชนิดอื่น ๆ ด้วยความเร็วระดับนี้ จึงมีข้อดีหลายประการ เช่น
- ช่วยลดจำนวนครั้งที่ต้องทำเลเซอร์
- เห็นผลเร็วขึ้น
- ไม่สะสมความร้อนในผิว
- ลดความเสี่ยงของผิวไหม้
- หลังทำไม่ทำให้เกิดแผลเป็น
ทำให้ Pico Laser เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการลบรอยสักอย่างปลอดภัยและได้ผลดี
โปรแกรมเลเซอร์ลบรอยสัก เหมาะกับใครบ้าง?

- ผู้ที่ต้องการให้รอยสักจางลงหรือหายไป
- ผู้ที่มีรอยสักทุกขนาด ทั้งเล็ก กลาง หรือใหญ่
- ผู้ที่มีรอยสักลวดลายซับซ้อน หรือใช้หมึกหลายสี
- ผู้ที่เคยลองลบรอยสักด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล
โปรแกรมเลเซอร์ลบรอยสัก ทำกี่ครั้งถึงเห็นผล?
โดยทั่วไปการเลเซอร์ลบรอยสักมักต้องทำประมาณ 3–10 ครั้ง ต่จำนวนครั้งที่ต้องใช้จริงอาจมากหรือน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับคะแนนประเมินจาก Kirby–Desai Scale และเทคโนโลยีที่ใช้ โดย Pico Laser มักช่วยลดจำนวนครั้งลงและเห็นผลเร็วกว่าเลเซอร์รุ่นอื่น
การลบรอยสักด้วย Picosecond Laser ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สีผิว ตำแหน่งรอยสัก สีหมึก ลักษณะของรอยสัก รวมถึงประสิทธิภาพของระบบน้ำเหลืองในการขับเม็ดสีที่แตกตัวออกจากร่างกาย โดยทั่วไปสามารถประเมินจำนวนครั้งเบื้องต้นได้จาก Kirby–Desai Scale ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยคำนวณจำนวนครั้งที่ควรทำ
>> คลิกที่นี่ << เพื่อคำนวณจำนวนครั้งลบรอยสักของคุณ
Kirby–Desai Scale เป็นระบบการให้คะแนนจากปัจจัยต่าง ๆ เพื่อประเมินจำนวนครั้งที่ต้องใช้ในการลบรอยสักเบื้องต้น ช่วยให้การวางแผนในการรักษาที่แม่นยำยิ่งขึ้น โดยพิจารณาจาก 6 ปัจจัยหลัก ดังนี้
1. ประเภทสีผิว (Skin Type)
ประเมินจาก Fitzpatrick Scale ซึ่งเป็นการอ้างอิงมาตรฐานสีผิวที่นิยมใช้ แบ่งสีผิวเป็น 6 ระดับ เพื่อบอกปริมาณเมลานินและการตอบสนองต่อแสง UV ผิวที่มีสีเข้มกว่าจะตอบสนองต่อเลเซอร์ช้ากว่า ทำให้ต้องใช้จำนวนครั้งมากขึ้นในการลบรอยสัก

2. ตำแหน่งของรอยสัก (Location)
บริเวณที่มีเลือดไหลเวียนดีและมีต่อมน้ำเหลืองจำนวนมาก เช่น ศีรษะและคอ จะลบได้ไวที่สุด เนื่องจากร่างกายสามารถขจัดเม็ดสีที่แตกละเอียดออกได้เร็วกว่า

3. สีของหมึก (Ink Colors)
สีทั่วไปที่มักจะใช้ คือ สีดำ แดง น้ำเงิน เขียว และเหลือง โดยทั่วไป สีดำลบง่ายที่สุด ส่วนสีอ่อนหรือรอยสักหลายสีจะถูกลบได้ช้ากว่า

4. ปริมาณของหมึก (Amount of Ink)
ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของเม็ดสีและความซับซ้อนของลวดลาย ยิ่งหมึกมากและลวดลายซับซ้อน ยิ่งต้องใช้จำนวนครั้งมากขึ้น โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ
- Amateur เป็นตัวอักษร คำ หรือสัญลักษณ์เล็ก ๆ ใช้ปริมาณหมึกน้อย
- Minimal เป็นการใช้สีเดียว และดีไซน์เรียบง่าย
- Moderate เป็นการใช้สีเดียว แต่มีการออกแบบที่ซับซ้อน
- Significant เป็นการใช้สีหลายสี และมีการออกแบบที่ซับซ้อน

5. รอยแผลเป็น (Scarring)
หากบริเวณรอยสักมีแผลเป็นหรือเนื้อเยื่อผิวเปลี่ยนแปลง อาจทำให้เลเซอร์ไปทำลายเม็ดสีในบริเวณนั้นได้ยากขึ้น ทำให้จำนวนครั้งในการลบรอยสักเพิ่มขึ้น

6. การซ้อนทับของรอยสัก (Ink Layering)
หากมีการสักทับหลายชั้น จำนวนครั้งในการลบจะเพิ่มขึ้น เพราะเลเซอร์จะทำลายเม็ดสีจากเลเยอร์ด้านบนก่อน จึงต้องใช้เวลามากกว่าปกติในการลบให้หมดทั้งชั้นใหม่และชั้นเก่า

มาตราส่วน Kirby Desai สำหรับการประมาณจำนวนครั้งการรักษาที่จำเป็นสำหรับการลบรอยสัก

โปรแกรมเลเซอร์ลบรอยสัก เจ็บไหม อันตรายหรือไม่?
ระหว่างทำเลเซอร์ลบรอยสัก จะรู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ คล้ายโดนหนังยางดีด โดยก่อนทำจะมีการแปะยาชาให้ก่อนเลเซอร์ประมาณ 30 นาที เพื่อลดความเจ็บระหว่างทำ
ด้านความปลอดภัย การเลเซอร์ลบรอยสักถือว่ามีความปลอดภัยสูง หากทำด้วย Pico Laser ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญ พร้อมการตั้งค่าพลังงานที่เหมาะสม ความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็น รอยด่าง หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอจึงค่อนข้างต่ำมาก
ข้อดีและข้อจำกัดของโปรแกรม เลเซอร์ลบรอยสัก
ข้อดีของโปรแกรมเลเซอร์ลบรอยสัก

- ลบรอยสักได้ทุกขนาด ทุกสี
- ไม่ทิ้งรอยแผลเป็นหลังทำ
- ปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
- ไม่ทำลายผิวโดยรอบ เนื่องจากพลังงานเลเซอร์เจาะจงที่เม็ดสีโดยตรง
ข้อเสียของโปรแกรมเลเซอร์ลบรอยสัก
- ใช้จำนวนครั้งในการทำหลายครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาด สี ความลึกของหมึก และปัจจัยอื่น ๆ
- ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งและขนาดรอยสัก
- หลังเลเซอร์อาจเกิดการระคายเคือง ผิวแดง หรือแสบร้อน และมีสะเก็ดผิว ซึ่งจะหลุดออกตามกระบวนการฟื้นตัว รอยสักจะค่อย ๆ จางลง และโดยทั่วไปไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็น
โปรแกรมเลเซอร์ลบรอยสัก ราคาเท่าไหร่?
ราคาเลเซอร์ลบรอยสักขึ้นอยู่กับขนาด และสีของรอยสัก โดยราคามีทั้งแบบต่อครั้ง และแพ็คเก็จดูแลต่อเนื่อง ซึ่งขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ผู้ทำการรักษาอีกครั้ง สำหรับท่านใดที่สนใจทำเลเซอร์ลบรอยสักสามารถติดต่อเข้ามาที่คลินิกเพื่อประเมินค่าใช้จ่ายก่อนได้ค่ะ
การเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรมเลเซอร์ลบรอยสัก

- งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำ เพราะอาจทำให้ผิวเกิดรอยจ้ำเลือดได้ง่าย
- งดการขัดผิว สครับผิว หรือใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว ก่อนเข้ารับการรักษา
- บริเวณที่จะทำต้องไม่มีแผลเปิดหรือการติดเชื้อ
- งดรับประทานยาและวิตามินที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เช่น แอสไพริน น้ำมันตับปลา วิตามินอี แปะก๊วย
- ผู้ที่ผิวแพ้ง่ายควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้าก่อนรับบริการ รวมถึงหากมีประวัติใช้ยาหรือการรักษาอื่นที่ทำให้ผิวไวต่อแสง
การดูแลหลังทำโปรแกรมเลเซอร์ลบรอยสัก

- หลังทำ 6–8 ชั่วโมง สามารถล้างบริเวณที่ทำด้วยน้ำสะอาดได้ หากต้องใช้ผลิตภัณฑ์ล้าง ควรเลือกสูตรอ่อนโยน และซับผิวให้แห้งอย่างเบามือ
- หลังทำหากเกิดจุดเลือดซึมเล็กน้อย ควรหลีกเลี่ยงการโดนน้ำ 24 ชั่วโมงแรก และใช้ผ้าสะอาดซับบริเวณนั้นแทนการล้าง
- หากมีอาการอุ่นร้อนหรือแสบร้อนหลังทำ สามารถประคบเย็นเป็นช่วง ๆ เพื่อบรรเทาอาการ
- ทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ลดอาการแห้งลอก
- หลีกเลี่ยงการแกะ เกา หรือเสียดสีบริเวณสะเก็ดผิว ควรปล่อยให้สะเก็ดหลุดออกเองตามธรรมชาติ เพื่อป้องกันรอยแผลเป็นและการระคายเคือง
- หลีกเลี่ยงแสงแดด 1–2 สัปดาห์หลังทำ และทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพื่อป้องกันการเกิดรอยดำหลังเลเซอร์
- หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองผิว ในช่วง 1 สัปดาห์ เช่น AHA, BHA, วิตามิน A, ผลัดเซลล์ผิว หรือการสครับผิว เพื่อให้แผลเลเซอร์ฟื้นตัวเต็มที่
- หากมีตุ่มน้ำใสหรือตุ่มพอง ไม่ควรเจาะเองเด็ดขาด ควรทำความสะอาดด้วยน้ำเกลือ และทายาฆ่าเชื้ออย่างเบามือ
สรุป
การลบรอยสักด้วย Pico Laser เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย สามารถลบรอยสักได้ทุกสี ทุกขนาด และทุกตำแหน่ง โดยพลังงานของเลเซอร์จะเจาะจงทำลายเม็ดสีโดยไม่รบกวนผิวโดยรอบ ทำให้รอยสักค่อย ๆ จางลงในแต่ละครั้งที่ทำ โดยเฉพาะหากมีการเตรียมตัวและดูแลตัวเองอย่างดีทั้งก่อนและหลังการรักษา ก็จะทำให้ผลลัพธ์ดีมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ก่อนรับการรักษาควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินรอยสัก และจำนวนครั้งในการรักษาก่อนนะคะ



