เซลลูไลท์หรือผิวเปลือกส้ม คืออะไร?

เซลลูไลท์ คือการสะสมของไขมันในชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat Tissue) ที่จับตัวเป็นก้อน ร่วมกับการดึงรั้งของพังผืดใต้ผิวหนัง (Fascia Tissue) ทำให้ผิวเกิดลักษณะเป็นลอนคลื่นหรือรอยบุ๋มคล้ายเปลือกส้ม จึงมักเรียกกันว่า “ผิวเปลือกส้ม” โดยพบได้บ่อยบริเวณต้นขา หน้าท้อง สะโพก และก้น ซึ่งเป็นจุดที่มีการสะสมของไขมันได้ง่าย
เซลลูไลท์ มีกี่ระดับ?
เซลลูไลท์สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ ตามความชัดเจนของผิวเปลือกส้ม ดังนี้
- ระดับ 0 : ยังไม่เห็นลักษณะผิวเปลือกส้ม แม้จะจับหรือบีบผิวบริเวณนั้น
- ระดับ 1 : ไม่เห็นในขณะยืนปกติ แต่จะเห็นผิวเปลือกส้มเมื่อจับหรือบีบผิวขึ้นมา
- ระดับ 2 : เห็นผิวเปลือกส้มได้ชัดในขณะยืนปกติ โดยไม่ต้องบีบผิว แต่เมื่อนอนราบจะยังไม่เห็นชัด
- ระดับ 3 : เห็นผิวเปลือกส้มได้ชัดเจนมาก ทั้งในท่ายืนและท่านอน เป็นระดับที่เห็นรอยบุ๋มและลอนผิวชัดที่สุด
เซลลูไลท์ เกิดจากอะไร?
เซลลูไลท์ไม่ได้เกิดจากไขมันเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างผิวและการไหลเวียนภายในร่างกาย โดยมีสาเหตุหลัก ดังนี้
- การสะสมของไขมันใต้ผิวหนัง
เมื่อไขมันสะสมมากขึ้น ไขมันจะดันผิวขึ้น ขณะที่พังผืดใต้ผิวดึงรั้งลง ทำให้เกิดผิวเป็นลอนหรือรอยบุ๋ม - พังผืดใต้ผิวหนังแข็งตัวหรือหดรั้ง
พังผืดที่แข็งหรือยึดแน่นเกินไป จะทำให้ผิวดูไม่เรียบและเกิดลักษณะผิวเปลือกส้มได้ง่าย - การไหลเวียนเลือดและน้ำเหลืองไม่ดี
ทำให้ของเสียและไขมันสะสมอยู่ใต้ผิวหนัง ส่งผลให้เซลลูไลท์เห็นชัดขึ้น - ฮอร์โมน
โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมีผลต่อการสะสมไขมันและความยืดหยุ่นของผิว เป็นเหตุผลที่ผู้หญิงพบเซลลูไลท์ได้บ่อยกว่าผู้ชาย - พันธุกรรม
หากคนในครอบครัวมีปัญหาเซลลูไลท์ ก็มีโอกาสเกิดได้ง่ายขึ้น - พฤติกรรมการใช้ชีวิต
เช่น การนั่งหรือยืนนาน ขาดการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีไขมัน น้ำตาล และโซเดียมสูง หรือดื่มน้ำน้อย
การดูแลตัวเองช่วยลดผิวเปลือกส้มได้ระดับหนึ่ง หากมีเซลลูไลท์สะสมชัดเจน โปรแกรมลดเซลลูไลท์แบบไม่ต้องผ่าตัด จะช่วยดูแลได้ตรงจุดมากขึ้น
โปรแกรมลดเซลลูไลท์แบบไม่ต้องผ่าตัด มีอะไรบ้าง?
ปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์หลายรูปแบบที่ช่วยดูแลปัญหา เซลลูไลท์ ได้โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือดูดไขมัน ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยวิธีที่นิยมมี ดังนี้
เทคโนโลยีคลื่นวิทยุ (Radio Frequency – RF)
เป็นการส่งพลังงานคลื่นวิทยุในรูปแบบความร้อนลงสู่ชั้นผิวหนัง ทำให้อุณหภูมิผิวชั้นลึกเพิ่มขึ้นประมาณ 3–5°C ช่วยกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญไขมันใต้ผิวหนังให้ค่อย ๆ ลดลงตามธรรมชาติ นอกจากนี้ ความร้อนจาก RF ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวดูกระชับ เรียบเนียนขึ้น พร้อมช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลือง ช่วยขับของเสียสะสมในผิว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดเซลลูไลท์ควบคู่กับการกระชับผิว
อัลตราซาวด์คาวิเทชัน (Ultrasound Cavitation)
เป็นการใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความถี่สูงประมาณ 45 kHz ส่งลงสู่ชั้นไขมัน ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนและฟองอากาศขนาดเล็กแทรกตัวระหว่างเซลล์ไขมัน แรงสั่นนี้ช่วยให้ไขมันที่สะสมอยู่มีลักษณะนิ่มลงและบางลงในระยะเวลาอันสั้น ไขมันจะเปลี่ยนเป็นของเหลว และถูกกำจัดออกผ่านระบบน้ำเหลือง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดไขมันและเซลลูไลท์เฉพาะจุดในระยะเวลาที่ไม่ต้องพักฟื้น
เลเซอร์กำจัดไขมันเฉพาะจุด (Low level Laser)
เป็นเลเซอร์พลังงานต่ำ ความยาวคลื่น 650 nm สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงใต้ชั้นผิวหนัง ช่วยทำให้ผนังเซลล์ไขมันเกิดเป็นรอยรั่วชั่วคราว ไขมันภายในเซลล์จึงถูกปล่อยออกมา และถูกกำจัดออกจากร่างกายตามกระบวนการธรรมชาติ เหมาะสำหรับการดูแลไขมันและเซลลูไลท์ในบริเวณเฉพาะจุด
การใช้สุญญากาศและลูกกลิ้ง (Vacuum Therapy)
เป็นการนวดด้วยระบบสูญญากาศ มีทั้งแบบดูดค้างและดูดสลับคลายผิวเป็นจังหวะ ช่วยเพิ่มพื้นที่การรักษา และเพิ่มประสิทธิภาพในการนวดสลายไขมันและเซลลูไลท์ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียน พร้อมช่วยให้ผิวดูกระชับและเรียบเนียนขึ้น
การฉีดเมโสแฟต (Meso Fat Therapy)
โปรแกรมฉีดเมโสแฟต เป็นหัตถการฉีดสารที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญไขมันเฉพาะจุด และช่วยดูแลและลดการสะสมของไขมันในบริเวณที่ฉีด ไขมันบริเวณที่ฉีดจะค่อย ๆ ลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดไขมันเฉพาะบริเวณ เช่น แก้ม เหนียง ต้นแขน ต้นขา น่อง สะโพก หรือจุดที่ออกกำลังกายแล้วยังลดได้ยาก
ข้อดีของการลดเซลลูไลท์แบบไม่ต้องผ่าตัด

- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่รุกล้ำผิวหนัง ลดความกังวลเรื่องความเจ็บหรือการดูดไขมัน
- ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังทำ
- ปลอดภัยและอ่อนโยนต่อผิว ไม่มีผลข้างเคียงรุนแรง
- เห็นผลเร็ว สามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงของผิวได้ตั้งแต่ครั้งแรก และเห็นชัดเจนขึ้นเมื่อทำอย่างต่อเนื่อง (ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล)
การเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรมลดเซลลูไลท์

- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยกระตุ้นการขับของเสียและเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์
- หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดผลไม้หรือสารผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA หรือ Retinol
- งดทาโลชั่นบริเวณที่ต้องการทำ เพื่อป้องกันการระคายเคือง
- สวมเสื้อผ้าที่สบาย เพื่อความสะดวกในการทำโปรแกรม
การดูแลหลังทำโปรแกรมลดเซลลูไลท์

- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ร่างกายขับของเสียและช่วยสนับสนุนการขับของเสียและกระบวนการฟื้นฟูของร่างกาย
- งดออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อนจัดในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นสามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ เพื่อช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานขึ้น
- ควบคุมอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมัน เพื่อช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานขึ้นและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ
สรุป
การลดไขมันและเซลลูไลท์แบบไม่ต้องผ่าตัด เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมหรือผิวเปลือกส้มเฉพาะจุด ด้วยขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องผ่าตัด และไม่จำเป็นต้องพักฟื้น จึงเหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความเจ็บหรือมีเวลาจำกัด สำหรับท่านใดที่สนใจอยากปรึกษาเกี่ยวกับปัญหารูปร่าง เซลลูไลท์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้เชียวชาญที่โมเดลล่าคลินิกได้ทุกช่องทางค่ะ



