ไฝเกิดจากอะไร?

ไฝเกิดจากอะไร?

ไฝ (Nevus หรือ Mole) เกิดจากการรวมตัวกันของเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) จึงสามารถมองเห็นเป็นจุดสีน้ำตาล สีดำ สีเนื้อ หรือมีลักษณะนูนขึ้นจากผิวได้ โดยไฝส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายและไม่จำเป็นต้องกำจัดออกหากไม่ได้สร้างปัญหา

เหตุผลที่หลายคนตัดสินใจกำจัดไฝจึงมักเกี่ยวข้องกับความสวยงามหรือการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ไฝอยู่ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัด ไฝนูนจนแต่งหน้าไม่เรียบ หรืออยู่ในบริเวณที่ถูกเสื้อผ้า มีดโกน หรือเครื่องประดับเสียดสีอยู่บ่อย ๆ

อย่างไรก็ตาม ก่อนกำจัดไฝควรได้รับการประเมินก่อนว่าจุดบนผิวนั้นเป็นไฝทั่วไปหรือมีลักษณะที่ควรตรวจเพิ่มเติม เพราะรอยโรคผิวหนังบางชนิดอาจมีลักษณะคล้ายไฝได้

ไฝแบบไหนเสี่ยงเป็นมะเร็ง?

ไฝแบบไหนเสี่ยงเป็นมะเร็ง?

แม้ไฝส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตราย แต่หากสังเกตว่าไฝมีรูปร่าง สี ขนาด หรือลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิม ควรให้แพทย์ตรวจเพิ่มเติมก่อนกำจัด เพราะในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาตัดไฝออกเพื่อนำชิ้นเนื้อไปตรวจ แทนการใช้เลเซอร์ทันที

สามารถสังเกตเบื้องต้นตามหลัก ABCDE ได้ ดังนี้

  • A – รูปร่างไม่สมมาตร (Asymmetry): เมื่อแบ่งไฝออกเป็นสองด้าน รูปร่างของแต่ละด้านดูไม่เหมือนกัน
  • B – ขอบไม่เรียบ (Border): ขอบไฝมีลักษณะหยัก ไม่ชัด หรือไม่สม่ำเสมอ
  • C – สีไม่สม่ำเสมอ (Color): มีหลายสีอยู่ในไฝเม็ดเดียว เช่น น้ำตาล ดำ แดง ขาว หรือน้ำเงิน
  • D – ขนาด (Diameter): ไฝที่มีขนาดใหญ่กว่า 6 มิลลิเมตรควรสังเกตเป็นพิเศษ แต่ไฝที่มีขนาดเล็กกว่านี้ก็อาจมีความผิดปกติได้
  • E – มีการเปลี่ยนแปลง (Evolving): ไฝมีขนาด รูปร่าง หรือสีเปลี่ยนไปจากเดิม หรือเริ่มมีอาการ เช่น คัน เจ็บ เลือดออก หรือตกสะเก็ด

กำจัดไฝด้วย CO2 Laser คืออะไร และทำงานอย่างไร

กำจัดไฝด้วย CO2 Laser คืออะไร และทำงานอย่างไร

CO2 Laser (Carbon Dioxide Laser) คือเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นประมาณ 10,600 นาโนเมตร ซึ่งพลังงานสามารถถูกดูดซับได้ดีโดยน้ำที่อยู่ในเนื้อเยื่อผิว เมื่อเนื้อเยื่อบริเวณเป้าหมายได้รับพลังงาน พลังงานจะเปลี่ยนเป็นความร้อนและทำให้เนื้อเยื่อระเหยออก หรือที่เรียกว่า Ablation จึงช่วยให้แพทย์สามารถทำงานเฉพาะจุดและควบคุมการใช้พลังงานให้เหมาะกับลักษณะของไฝแต่ละบริเวณได้

ด้วยคุณสมบัตินี้ CO2 Laser จึงถูกนำมาใช้ในงานด้านผิวหนังหลายรูปแบบ รวมถึงรอยโรคผิวหนังบางประเภท โดยในกรณีของไฝ ความเหมาะสมจะต้องได้รับการประเมินก่อนทำ เพราะไฝแต่ละชนิดมีลักษณะและความลึกแตกต่างกัน

ทำไมแพทย์จึงเลือกใช้ CO2 Laser กำจัดไฝบางประเภท

8 จุดเด่น โปรแกรม Fraxion Removal

เหตุผลที่โปรแกรม CO2 Laser เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการกำจัดไฝ ไม่ได้หมายความว่าเลเซอร์เป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับไฝทุกชนิด แต่เกิดจากคุณสมบัติของเครื่องที่ช่วยให้แพทย์สามารถควบคุมการทำหัตถการให้เหมาะกับรอยโรคบางลักษณะได้

1. ทำงานเฉพาะบริเวณที่ต้องการได้

แพทย์สามารถกำหนดตำแหน่งของเลเซอร์ให้ตรงกับบริเวณที่ต้องการกำจัดได้ จึงเหมาะกับการทำงานแบบเฉพาะจุด และช่วยลดการกระทบต่อผิวบริเวณรอบข้าง

2. ปรับการใช้พลังงานให้เหมาะกับแต่ละจุดได้

รอยโรคแต่ละจุดมีทั้งขนาด ความนูน และความลึกแตกต่างกัน แพทย์จึงสามารถปรับพลังงานของ CO2 Laser ให้เหมาะกับลักษณะของแต่ละบริเวณได้

3. ช่วยควบคุมเลือดออกระหว่างทำ

ความร้อนจาก CO2 Laser ช่วยให้เส้นเลือดขนาดเล็กบริเวณที่ทำเกิดการแข็งตัว จึงช่วยควบคุมเลือดออกระหว่างหัตถการ และช่วยให้แพทย์มองเห็นบริเวณที่กำลังทำได้ชัดขึ้น

4. ไม่ต้องตัดและเย็บแผล 

สำหรับรอยโรคบางลักษณะที่แพทย์ประเมินแล้วว่าเหมาะกับ CO2 Laser สามารถใช้เลเซอร์กำจัดเนื้อเยื่อบริเวณเป้าหมายได้ โดยอาจไม่จำเป็นต้องตัดและเย็บแผลเหมือนการผ่าตัด

5. ใช้ดูแลได้หลายตำแหน่ง

CO2 Laser สามารถนำมาใช้กับรอยโรคบางประเภทในหลายบริเวณ เช่น ใบหน้า ลำคอ หรือลำตัว โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสมของผิวและรอยโรคในแต่ละตำแหน่งก่อนทำ

6. แผลอยู่เฉพาะบริเวณที่ทำ

เนื่องจากเลเซอร์ทำงานเฉพาะบริเวณเป้าหมาย แผลหลังทำจึงเกิดขึ้นบริเวณที่ได้รับการรักษาเป็นหลัก โดยขนาดและความลึกของแผลขึ้นอยู่กับลักษณะของรอยโรคแต่ละจุด

7. ผิวบริเวณที่ทำดูเรียบขึ้นได้

หลังจากนำเนื้อเยื่อส่วนเกินออกและผิวฟื้นตัว บริเวณที่ทำอาจดูเรียบขึ้น โดยผลลัพธ์แตกต่างกันตามชนิด ขนาด และความลึกของรอยโรคแต่ละบุคคล

8. สะเก็ดค่อย ๆ หลุดตามการฟื้นตัวของผิว

หลังทำอาจเกิดสะเก็ดบริเวณที่ได้รับเลเซอร์ ซึ่งจะค่อย ๆ หลุดตามกระบวนการฟื้นตัวของผิว โดยไม่ควรแกะหรือดึงสะเก็ดออกเอง และระยะเวลาการฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ไฝแบบไหนเหมาะกับ CO2 Laser

การพิจารณาว่าไฝเหมาะกับโปรแกรม CO2 Laser หรือไม่ ไม่สามารถดูจากขนาด สี หรือความนูนเพียงอย่างเดียว เพราะไฝแต่ละจุดมีลักษณะ ความลึก และตำแหน่งแตกต่างกัน แพทย์จึงต้องประเมินหลายปัจจัยร่วมกันก่อนเลือกวิธีกำจัดที่เหมาะสม

  • พิจารณาจากลักษณะและความลึกของไฝ 
    ไฝสามารถมีได้ทั้งลักษณะราบ นูน รวมถึงมีความลึกของเซลล์ไฝที่แตกต่างกัน แพทย์จะประเมินลักษณะ ขนาด ขอบเขต และระดับความลึกของรอยโรค เพื่อพิจารณาว่าสามารถใช้ CO2 Laser ได้หรือควรเลือกวิธีอื่น หากเซลล์ของไฝอยู่ลึกลงไปในผิว การใช้เลเซอร์อาจไม่สามารถกำจัดเซลล์ไฝออกได้ทั้งหมดในครั้งเดียว จึงมีโอกาสกลับมาเห็นไฝบริเวณเดิมได้ในภายหลัง
  • พิจารณาจากขนาดและตำแหน่งของไฝ
    ขนาดและตำแหน่งของไฝก็เป็นอีกปัจจัยที่แพทย์นำมาพิจารณา เนื่องจากผิวแต่ละบริเวณมีความหนาและลักษณะการฟื้นตัวแตกต่างกัน โดยเฉพาะไฝที่อยู่บริเวณใบหน้า ลำคอ หรือจุดที่มองเห็นได้ชัด แพทย์จะพิจารณาทั้งลักษณะของรอยโรค วิธีที่เหมาะสม และโอกาสเกิดรอยหลังทำร่วมกัน เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละตำแหน่ง
  • พิจารณาว่าไฝมีลักษณะผิดปกติหรือไม่
    ก่อนทำ CO2 Laser แพทย์จะตรวจดูว่าไฝมีลักษณะทั่วไปหรือมีจุดที่ควรตรวจเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น รูปร่างไม่สมมาตร ขอบไม่เรียบ สีเปลี่ยน ขนาดเปลี่ยน มีเลือดออก หรือมีลักษณะต่างจากเดิมอย่างชัดเจน หากพบลักษณะที่น่าสงสัย แพทย์อาจเลือกวิธีอื่นแทน CO2 Laser เพื่อให้สามารถนำเนื้อเยื่อไปตรวจเพิ่มเติมได้หากจำเป็น

CO2 Laser ช่วยดูแลปัญหาผิวอะไรได้บ้าง

CO2 Laser ช่วยดูแลปัญหาผิวอะไรได้บ้าง

นอกจากใช้กำจัดไฝบางประเภทแล้ว CO2 Laser ยังสามารถนำมาใช้ดูแลรอยโรคหรือปัญหาผิวบางลักษณะได้ โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินก่อนว่าบริเวณนั้นเหมาะกับการใช้เลเซอร์หรือไม่ เช่น 

CO2 Laser ต่างจากการจี้ไฝอย่างไร

หลายคนอาจเรียกการกำจัดไฝด้วย CO2 Laser รวม ๆ ว่า “จี้ไฝ” แต่จริง ๆ แล้วทั้งสองวิธีใช้พลังงานคนละแบบ

  • CO2 Laser ใช้พลังงานแสงเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นประมาณ 10,600 นาโนเมตร พลังงานจะถูกดูดซับโดยน้ำในเนื้อเยื่อ ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณเป้าหมายค่อย ๆ ระเหยออก
  • การจี้ด้วยไฟฟ้า เช่น Electrocautery หรือ Electrosurgery ใช้พลังงานไฟฟ้าหรือความร้อนในการทำลายหรือนำเนื้อเยื่อออก

ทั้งสองวิธีสามารถนำมาใช้กับไฝหรือปัญหาผิวบางประเภทได้ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าวิธีใดดีกว่าในทุกกรณี เพราะแพทย์จะพิจารณาจากลักษณะ ขนาด ความลึก และตำแหน่งของไฝแต่ละจุดเป็นหลัก

ขั้นตอนการกำจัดไฝด้วย CO2 Laser เป็นอย่างไร

โดยทั่วไป ขั้นตอนการทำโปรแกรม CO2 Laser อาจแตกต่างกันตามลักษณะของไฝและการประเมินของแพทย์ แต่สามารถแบ่งเป็นขั้นตอนหลัก ๆ ได้ ดังนี้

  1. แพทย์ตรวจและประเมินไฝ
    แพทย์จะตรวจลักษณะของไฝ เช่น ขนาด ความนูน ความลึก ตำแหน่ง และดูว่ามีลักษณะที่ควรตรวจเพิ่มเติมหรือไม่ รวมถึงสอบถามประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว การแพ้ยา และยาที่ใช้อยู่ เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสม
  2. ทำความสะอาดและเตรียมผิวก่อนทำ
    บริเวณที่จะทำเลเซอร์จะได้รับการทำความสะอาด และอาจมีการใช้ยาชาหรือวิธีช่วยลดความรู้สึกตามความเหมาะสม เพื่อให้รู้สึกสบายขึ้นระหว่างทำ
  3. ใช้ CO2 Laser บริเวณไฝ
    แพทย์จะใช้ CO2 Laser ส่งพลังงานไปยังบริเวณไฝที่ต้องการกำจัด เพื่อทำให้เนื้อเยื่อบริเวณเป้าหมายค่อย ๆ ระเหยออก โดยปรับการใช้พลังงานให้เหมาะกับขนาด ลักษณะ และความลึกของไฝแต่ละจุด ระหว่างทำอาจรู้สึกอุ่นหรือแสบเล็กน้อย และอาจได้กลิ่นจากเนื้อเยื่อที่ได้รับพลังงานเลเซอร์ ซึ่งความรู้สึกของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน
  4. ดูแลบริเวณหลังทำ
    หลังทำ บริเวณที่ได้รับเลเซอร์อาจมีรอยแดง แผลตื้น หรือค่อย ๆ เกิดสะเก็ด แพทย์จะให้คำแนะนำเรื่องการดูแลแผล การหลีกเลี่ยงการแกะสะเก็ด และการป้องกันแสงแดดในช่วงที่ผิวกำลังฟื้นตัว

ก่อนกำจัดไฝด้วย CO2 Laser ควรรู้อะไรบ้าง

ก่อนกำจัดไฝด้วย CO2 Laser ควรรู้อะไรบ้าง

ก่อนทำโปรแกรม CO2 Laser ควรให้แพทย์ตรวจลักษณะของไฝก่อนทุกครั้ง เพื่อประเมินว่าไฝบริเวณนั้นเหมาะกับการใช้เลเซอร์หรือควรเลือกวิธีอื่น รวมถึงแจ้งข้อมูลสุขภาพ ยา และผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ให้แพทย์ทราบ รวม 20 ข้อควรรู้! ก่อนตัดสินใจทำ

ก่อนเข้ารับบริการควรเตรียมตัวดังนี้

  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและการทำให้ผิวไหม้แดด เพราะผิวที่กำลังไหม้แดดหรือระคายเคืองอาจไม่เหมาะกับการทำเลเซอร์ และมีโอกาสเกิดสีผิวเปลี่ยนหลังทำได้มากขึ้น 
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ อาจทำให้เลือดออกง่าย และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำ
  • หยุดรับประทานยา สมุนไพร อาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ยาละลายลิ่มเลือด ก่อนการรักษา 1-2 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวระคายเคือง เช่น Retinoids, AHA หรือ BHA อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนการรักษา
  • หากมี โรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา แพ้ยาชา แผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ รวมถึงมีแผลหรือติดเชื้อบริเวณที่จะทำ ควรแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ

หลังทำ CO2 Laser อาจเกิดอะไรขึ้นบ้าง

หลังทำโปรแกรม CO2 Laser บริเวณที่กำจัดไฝอาจมีรอยแดง แสบเล็กน้อย หรือมีลักษณะเป็นแผลตื้น และอาจเกิดสะเก็ดในช่วงที่ผิวกำลังฟื้นตัว ซึ่งเป็นอาการที่สามารถพบได้หลังทำ

ในบางรายอาจเกิดรอยคล้ำ สีผิวเปลี่ยน การติดเชื้อ หรือรอยแผลเป็นได้ โดยโอกาสเกิดขึ้นแตกต่างกันตามลักษณะและความลึกของไฝ ตำแหน่งที่ทำ สภาพผิว รวมถึงการดูแลแผลหลังทำ

หากหลังทำมีอาการ ปวด บวม แดงมากขึ้น มีหนอง หรือแผลมีลักษณะผิดปกติ ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม

หลัง CO2 Laser ควรดูแลผิวอย่างไร

หลัง CO2 Laser ควรดูแลผิวอย่างไร

การดูแลแผลหลังทำมีส่วนสำคัญต่อการฟื้นตัวของผิว โดยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เป็นหลัก เพราะลักษณะแผลของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน 

  • หลีกเลี่ยงการโดนน้ำบริเวณที่ทำเลเซอร์ 24-48 ชั่วโมงแรก
  • เช็ดทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือ และใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ทาแผลตามที่แพทย์แนะนำ 
  • ไม่แกะ เกา หรือดึงสะเก็ดออกเอง โดยปกติสะเก็ดจะหลุดออกเอง ภายใน 7–14 วัน
  • เมื่อแผลเริ่มแห้ง ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการระคายเคือง เช่น มอยเจอร์ไรเซอร์ เจลว่านหางจระเข้ 
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรงอย่างน้อย 14 วัน และควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าบริเวณที่ยังเป็นแผลหรือมีสะเก็ด และควรรอจนผิวปิดและฟื้นตัวดีแล้วก่อนกลับมาแต่งหน้า 
  • หลังสะเก็ดหลุด หากมีรอยแดงหรือรอยคล้ำ แนะนำใช้ครีมลดรอยแผลเป็น เพื่อป้องกันรอยดำ
  • หากมีรอยคล้ำหลังเลเซอร์ มักจะค่อย ๆ จางลง ใน 1–2 เดือน แต่บางรายอาจนานถึง 6–12 เดือน

กำจัดไฝด้วย CO2 Laser มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำไหม

กำจัดไฝด้วย CO2 Laser มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ในบางกรณี โดยเฉพาะไฝที่อยู่ลึก เนื่องจากหลังทำเลเซอร์อาจยังมีเซลล์ไฝบางส่วนเหลืออยู่ใต้ผิว ซึ่งโอกาสกลับมาเป็นซ้ำของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของไฝ ความลึก ขนาด และตำแหน่งของไฝ ดังนั้นจึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนทำ เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับไฝแต่ละจุด

หากภายหลังพบว่าไฝกลับมาเกิดบริเวณเดิม โดยเฉพาะเมื่อมี ขนาด สี รูปร่าง หรือลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิม ควรกลับไปให้แพทย์ตรวจประเมินอีกครั้ง

สรุป

โปรแกรม CO2 Laser เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่แพทย์อาจพิจารณาใช้สำหรับกำจัดไฝบางประเภท เพราะสามารถทำงานเฉพาะบริเวณและปรับการใช้พลังงานให้เหมาะกับลักษณะของไฝแต่ละจุดได้ อย่างไรก็ตาม ไฝแต่ละเม็ดมีทั้งขนาด ความลึก และตำแหน่งแตกต่างกัน จึงควรให้แพทย์ตรวจและประเมินก่อนทำ เพื่อดูว่า CO2 Laser เหมาะกับไฝบริเวณนั้นหรือควรเลือกวิธีอื่น

สำหรับผู้ที่มีไฝที่รบกวนความมั่นใจหรือการใช้ชีวิต CO2 Laser จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถพิจารณาได้ โดยผลลัพธ์และการฟื้นตัวอาจแตกต่างกันตามลักษณะของไฝและสภาพผิวของแต่ละคน